ข้อกำหนดและเงื่อนไขการบินสำหรับเที่ยวบิน D7

ข้อที่ 1
นิยาม
1.1 ความหมาย: ข้อกำหนดและเงื่อนไขดังจะกล่าวต่อไปนี้ มีความหมายดังนี้
  • "รหัสกำหนดสายการบิน"หมายถึง อักษร 2-3 ตัว ซึ่งแสดงแทนชื่อเต็มของสายการบินนั้นๆ
  • "ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง"หมายถึง ตัวแทนขายตั๋วโดยสาร หรือ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยสายการบิน เพื่อเป็นตัวแทนของสายการบินในการขายบัตรโดยสารเครื่องบินหรือการบริการอื่นที่เกี่ยวข้องสำหรับสายการบินนั้นหรือสายการบินอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
  • "สัมภาระ" หมายถึง ทรัพย์สินส่วนตัวที่ท่านได้นำไปด้วยระหว่างการเดินทาง หากมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้หมายความรวมถึงสัมภาระที่ได้ลงทะเบียนและ ไม่ได้ลงทะเบียน
  • "ทะเบียนสัมภาระ"หมายถึง เอกสารที่สายการบินออกให้แก่ผู้โดยสารเพื่อเป็นใบรับสำหรับสัมภาระที่ลงทะเบียนแล้ว และเกี่ยวเนื่องกับการขนส่งสัมภาระลงทะเบียนซึ่งรวมถึงป้ายสัมภาระด้วย
  • "ป้ายสัมภาระ"หมายถึง เอกสารที่ออกโดยสายการบินเพื่อการแสดงว่าสัมภาระนั้นเป็นสัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว
  • "การสำรองตั๋ว"หมายถึง การสำรองตั๋วโดยสารเพื่อเดินทางโดยที่ทางสายการบินได้จัดเที่ยวบินภายใต้เงื่อนไขและข้อตกลงที่ได้เห็นชอบยอมรับร่วมกัน
  • "หมายเลขอ้างอิงการสั่งจองตั๋ว" หมายถึง หมายเลขอ้างอิงที่ทางสายการบินให้ไว้แก่ท่าน เพื่อเป็นการระบุการสั่งจองตั๋วโดยสารของท่าน และได้รับการยืนยันจากเราแล้ว
  • "สัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว"หมายถึง สัมภาระที่อยู่ภายใต้การดูแลของทางสายการบิน และสายการบินออกป้ายสัมภาระให้ ซึ่งหมายความรวมถึง “สัมภาระที่ได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว”
  • "การสิ้นสุดการลงทะเบียนเพื่อยืนยันการเดินทาง (เช็คอิน)" หมายถึง ช่วงเวลาจำกัดที่ระบุไว้โดยสายการบิน ซึ่งผู้โดยสารจะต้องทำการเข้าลงทะเบียนเพื่อยืนยันการเดินทางและได้รับบัตรผ่านขึ้นเครื่องบินแล้ว
  • "เงื่อนไขของสัญญา"หมายถึง ข้อความต่างๆ ที่ได้ระบุในเอกสารยืนยันรายละเอียดการเดินทางและข้อมูลต่างๆ ที่เอกสารการเดินทางได้อ้างอิงถึง รวมทั้งข้อกำหนดและเงื่อนไขการบินนี้ และประกาศของสายการบิน ณ สำนักงานขายบัตรโดยสารและเคาน์เตอร์เช็คอิน
  • "เวลาต่อเครื่อง"หมายถึงช่วงเวลาที่เดินทางถึงจุดหมายไปจนถึงเวลาออกเดินทางของเที่ยวบิน FLY-THRU ใหม่ แอร์เอเชีย เอ็กซ์ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขเวลาต่อเครื่องระหว่างเที่ยวบิน FLY-THRU โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามข้อกำหนดของสนามบินและ/หรือเงื่อนไขในการให้บริการอื่น ๆ
  • "อนุสัญญา" หมายถึง สิ่งใดสิ่งหนึ่งตามข้อต่างๆ ต่อไปนี้:
    • อนุสัญญาว่าด้วยการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนส่งระหว่างประเทศทางอากาศซึ่งลงนามไว้ ณ กรุงวอร์ซอว์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2472 (อนุสัญญากรุงวอร์ซอว์)
    • อนุสัญญากรุงวอร์ซอว์แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2498
    • อนุสัญญากรุงวอร์ซอว์ ได้ทำการแก้ไขให้ถูกต้องที่กรุงเฮก และมีพิธีสารมอนทรีออลที่ 1, 2 หรือ 4 เพิ่มเติมเมื่อปี 2518
    • อนุสัญญาเสริม ณ นครกวาดาลาฮารา ประเทศเม็กซิโกเมื่อปี 2504
    • อนุสัญญา ณ กรุงมอนทรีออล เมื่อปี 2542
    • พิธีสาร, อนุสัญญา, หรือข้อบังคับอื่นใด และกฎหมายอื่น ๆ ที่ใช้บังคับได้
  • "ความเสียหาย" ให้หมายรวมถึง ความตาย การบาดเจ็บทางร่างกายของผู้โดยสาร ความล่าช้า การสูญหาย การสูญหายบางส่วนหรือความเสียหายอื่นใดที่เกิดขึ้นจากหรืออันเกี่ยวเนื่องกับการเดินทางหรือการบริการอย่างอื่น ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติการโดยเรา
  • "คูปองอิเล็กทรอนิกส์" หมายถึง คูปองการบินที่อยู่ในรูปของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือเอกสารที่มีค่าเป็นอย่างอื่นที่ปรากฏในฐานข้อมูลของสายการบิน
  • "ตั๋วโดยสารอิเล็กทรอนิกส์"หมายถึง เอกสารที่ออกโดยสายการบินหรือในนามของสายการบิน, คูปองอิเล็กทรอนิกส์และเอกสารแสดงเพื่อการขึ้นเครื่องบิน
  • "คูปองเที่ยวบิน"หมายถึง ส่วนของบัตรโดยสารที่ปรากฏคำว่า “ใช้ผ่านได้” หรือในกรณีของบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์, คูปองอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ระบุสถานที่ต้นทางและปลายทางที่ท่านมีสิทธิเดินทางได้
  • "FLY-THRU" หมายถึง เที่ยวบินต่อเนื่องที่จัดให้บริการเพื่อเดินทางต่อในรอบการเดินทางเดียวกันหรือ PNR เส้นทางเดียวที่เป็นไปตามกรอบเวลาการต่อเครื่องของเรา
  • "ลูกค้า"หรือ "ผู้โดยสาร" หมายถึง บุคคลใดก็ตาม นอกจากสมาชิกลูกเรือ ที่เดินทางมาพร้อมกับเครื่องบิน หรือกำลังจะเดินทางไปพร้อมกับเครื่องบิน ซึ่งได้รับการยินยอมจากสายการบิน (ซึ่งยังหมายถึง ท่าน ของท่าน และ ตัวท่านเอง)
  • "รายละเอียดการเดินทาง" หมายถึง เอกสารที่ทางสายการบินออกให้ผู้โดยสาร ซึ่งรวมไปถึงรายชื่อผู้โดยสาร ข้อมูลเที่ยวบิน หมายเลขสั่งจองตั๋วโดยสาร เงื่อนไขข้อบังคับในการบิน และประกาศต่างๆ
  • "ทารก" หมายถึง ผู้โดยสารที่มีอายุต่ำกว่า 24 เดือน ณ วันที่เดินทาง
  • "เส้นทางการบิน" เที่ยวบินจากท่าอากาศยานของเมืองต้นทางสู่ท่าอากาศยานของเมืองปลายทาง
  • "ที่นั่ง" หมายถึง ที่นั่งบนเครื่องบินของสายการบิน
  • "ค่าธรรมเนียม" หมายถึง ค่าธรรมเนียมและค่าโดยสารของสายการบินที่ตีพิมพ์โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือบนกระดาษ
  • "บัตรโดยสาร" หมายถึง เอกสารยืนยันรายละเอียดการเดินทาง รวมถึงบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ และคูปองอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกโดยสายการบินหรือในนามของสายการบิน รวมทั้งเงื่อนไขของสัญญาและประกาศที่ระบุไว้ด้วย
  • "ข้อกำหนดและเงื่อนไข" หมายถึง ข้อกำหนดและเงื่อนไขการบินเหล่านี้
  • "สัมภาระที่ไม่ได้ตรวจสอบ", หมายถึง สัมภาระใดๆ นอกเหนือจากสัมภาระที่ได้ตรวจสอบแล้ว รวมทั้งสิ่งของทั้งหมดที่ท่านนำเข้าไปในห้องโดยสารด้วย
  • "เรา", "ของเรา", "โดยเรา",และ "สายการบินฯ" หมายถึง แอร์เอเชียเอ็กซ์ เบอร์ฮัด (734161-K)
  • "ท่าน", "ของท่าน", "ตัวท่านเอง" หมายถึง บุคคลใดก็ตาม นอกจากสมาชิกลูกเรือ ที่สำรองที่นั่งและกำลังจะเดินทางไปพร้อมกับเครื่องบินหรือเดินทางมาพร้อมกับเครื่องบิน (ซึ่งยังหมายถึง “ผู้โดยสาร” หรือ “ลูกค้า”)
  • "เว็บไซต์" หมายถึง เว็บไซต์ www.airasia.com ที่สายการบินได้จัดทำขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ และเข้ารับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรา
1.2 คำบรรยาย: หัวข้อหรือคำบรรยายในเงื่อนไขและข้อบังคับแต่ละข้อ เป็นไปเพื่อความสะดวกเท่านั้นและไม่อาจนำไปใช้เพื่อการตีความข้อความ
ข้อที่ 2
การบังคับใช้
2.1 เรื่องทั่วไป: ข้อตกลงและเงื่อนไขเหล่านี้ให้บังคับใช้เพื่อการเดินทางทางอากาศ หรือโดยการเดินทางอย่างอื่นรวมทั้งการเดินทางของผู้โดยสารและสัมภาระภาคพื้นดินที่กระทำโดยเรา หรือในนามของเรา และเพื่อความรับผิดที่เกิดขึ้นอันเกี่ยวเนื่องกับการขนส่งและการเดินทาง
2.2 ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ใช้บังคับ: นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ หากเงื่อนไขและข้อกำหนดเหล่านี้และเงื่อนไขของสัญญาหรือข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เราได้ระบุไว้ให้ปฎิบัติตามนั้นไม่สอดคล้องกัน ให้ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้มีผลบังคับใช้
2.3 ภาษา: ภาษาหลักของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้เป็นภาษาอังกฤษ และถึงแม้ว่าจะมีการแปลข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นภาษาอื่น ให้ถือภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการตีความข้อกำหนดและเงื่อนไขเหล่านี้ เว้นแต่มีกฎหมายท้องถิ่นที่บังคับใช้เกี่ยวกับภาษาในการตีความ
ข้อที่ 3
ตั๋วโดยสารและแผนการเดินทาง
3.1 พยานหลักฐานเบื้องต้นของสัญญา: เอกสารยืนยันรายละเอียดการเดินทางถือเป็นพยานหลักฐานเบื้องต้นของสัญญาการขนส่งระหว่างผู้โดยสารและสายการบิน ทั้งนี้เอกสารยืนยันรายละเอียดการเดินทาง ข้อกำหนดและเงื่อนไขการบิน และเงื่อนไขของสัญญา(รวมทั้งค่าธรรมเนียม) เหล่านี้ให้รวมเป็นข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาการขนส่งระหว่างท่านและสายการบินฯ
3.2 ความสามารถในการโอนสิทธิ: สัญญาสำหรับการบินระหว่างผู้โดยสารและทางสายการบินจะสามารถโอน โยกย้าย และเปลี่ยนแปลงได้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงและเงื่อนไข หรือเงื่อนไขของสัญญา
3.3 การมีผลใช้ได้: แผนการเดินทางในที่นี้จะมีผลใช้ได้กับรายชื่อผู้โดยสารที่มีชื่อปรากฎในเที่ยวบินนั้นๆ เท่านั้น
3.4 การเป็นการเฉพาะตัว: ทางสายการบินจะให้บริการกับผู้โดยสารที่มีชื่อปรากฎในแผนการเดินทาง หรือ ตั๋วโดยสารระบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น และท่านจะต้องแสดงบัตรประจำตัวที่ถูกต้อง เมื่อลงทะเบียนเพื่อยืนยันการเดินทาง
ข้อที่ 4
อัตราค่าโดยสาร
4.1 เบื้องต้น: ค่าตั๋วโดยสารจะครอบคลุมเฉพาะบริการรับส่งจากสนามบินต้นทางไปยังสนามบินปลายทาง โดยไม่รวมบริการรับส่งภาคพื้นดินระหว่างสนามบินและระหว่างสนามบินกับอาคารผู้โดยสารในตัวเมือง เว้นแต่สายการบินฯ จะแจ้งไว้เป็นการเฉพาะ สายการบินฯ ให้บริการรับส่งแบบจุดต่อจุดเท่านั้น และสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ สำหรับการเดินทางในเที่ยวบินต่อเนื่อง และขอปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่ผู้โดยสารไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสำหรับเที่ยวบินที่จะเดินทางต่อเนื่อง ในกรณีที่ผู้โดยสารได้สำรองที่นั่ง FLY-THRU ให้ยึดถือข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับเที่ยวบินแบบ FLY-THRU นี้มีผลบังคับใช้ ในกรณีที่เที่ยวบินแบบ FLY-THRU ที่สำรองไว้ให้บริการโดยสายการบินมากกว่าหนึ่งราย ผู้โดยสารจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในการให้บริการของแต่ละสายการบินอย่างเคร่งครัด
4.2 ทารก: ท่านสามารถตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับทารกที่มีอายุตั้งแต่เก้า (9) วันแต่ยังไม่เกินสอง (2) ปี (นับถึงวันออกเดินทางเที่ยวบินขาแรก) ได้จาก ตารางอัตราค่าธรรมเนียม ซึ่งทารกนั้นอาจนั่งโดยสารไปบนตักของผู้ใหญ่ โดยอนุญาตให้ผู้ใหญ่หนึ่ง (1) คน ต่อเด็กหนึ่ง (1) คนเท่านั้น และห้ามไม่ให้นำรถเข็นหรือที่นั่งสำหรับเด็กขึ้นเครื่องบิน จำนวนเด็กทารกต่อเที่ยวบินถูกจำกัดไว้เพื่อความปลอดภัย และสายการบินฯ สามารถปฏิเสธการนำเด็กทารกเดินทางไปกับท่าน
4.3 ภาษีและค่าประกันภัย: ภาษีหรือค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เรียกเก็บโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นๆ หรือจากการประกอบการของท่าอากาศยานที่เกี่ยวข้องกับท่านหรือที่ท่านใช้บริการ หรือที่เกี่ยวข้องกับบริการหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ นั้น หากมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น สำหรับเที่ยวบินไปหรือจากสหรัฐฯ ภาษีหรือค่าธรรมเนียมทั้งหมดจะรวมอยู่ในราคาที่แจ้งไว้ ภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าประกันภัยที่เรียกเก็บจากการประกอบการของท่าอากาศยานอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว และสายการบินฯ สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเหล่านี้แม้กระทั่งหลังจากวันที่ที่การสำรองที่นั่งของท่านได้รับการยืนยันแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม ท่านควรรับผิดชอบภาษีและค่าธรรมเนียม หรือค่าประกันภัยดังกล่าวตามจริงและเมื่อภาษีและค่าธรรมเนียม หรือค่าประกันภัยนั้นๆ เกิดขึ้นก่อนออกเดินทาง ในเที่ยวบินไปหรือจากสหรัฐฯ ผู้โดยสารต้องให้การยินยอมก่อนออกเดินทางสำหรับภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมใดๆ ที่เกิดขึ้นหลังวันที่การสำรองที่นั่งของท่านได้รับการยืนยัน

ทั้งนี้ โปรดกรุณาตรวจสอบอัตราภาษี และค่าประกันภัยได้จากตารางอัตราค่าธรรมเนียม

ผู้โดยสารสามารถขอคืนภาษีสนามบินได้เท่านั้น ท่านสามารถขอคืนภาษีดังกล่าวได้โดยส่งเอกสารการขอเงินคืนภายในระยะเวลา 6 เดือน นับจากวันเดินทาง ทั้งนี้ สายการบินฯ สงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขอเงินคืนตามที่สายการบินฯ กำหนด
4.4 สกุลเงิน: อัตราค่าโดยสารและค่าใช้จ่ายสามารถชำระเป็นเงินสกุลที่ทางสายการบินได้ระบุไว้ เว้นจากว่าทางสายการบินได้ตกลงเป็นอย่างอื่น
4.5 ความถูกต้อง: อัตราค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียมและค่าบริการต่างๆ ตารางการบิน เส้นทางการบินที่ระบุไว้ รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่มีการสั่งจองล่วงหน้าให้ถือว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ณ ขณะที่ได้ประกาศ และสายการบินฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าโดยสารและตารางการบินได้ไม่ว่าเวลาใดๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า อย่างไรก็ดี เงื่อนไขนี้ไม่ส่งผลต่อการซื้อที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
4.6 การปรับใช้อัตราค่าโดยสาร: อัตราค่าโดยสารที่ปรับใช้คือค่าโดยสารที่ประกาศโดยทางเราหรือในนามของเราไม่ว่าจะเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือโดยสื่ออื่นๆ อนึ่ง ค่าใช้จ่ายอาจจะไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมดำเนินการ ค่าบริการและค่าธรรมเนียมอื่นๆ หากมิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อที่ 5
การสำรองที่นั่ง
5.1 การยืนยันการสำรองที่นั่ง: การสำรองที่นั่งจะได้รับการยืนยันหลังจากท่านได้ชำระเงินค่าโดยสารเต็มจำนวนและหลังจากที่สายการบินฯ ได้ออกเอกสารการสำรองที่นั่ง และ/หรือ เอกสารการบินเพื่อยืนยันการเดินทางแล้ว เมื่อมีการยืนยันการสำรองที่นั่งแล้ว ท่านไม่สามารถยกเลิกการสำรองที่นั่งและขอคืนเงินได้ ยกเว้นกรณีต่อไปนี้
  • ในกรณีเที่ยวบินไปหรือจากสหรัฐฯ สามารถยกเลิกการสำรองที่นั่งโดยได้รับเงินคืนเต็มจำนวนภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการยกเลิก โดยที่ท่านต้องทำการยกเลิกก่อนออกเดินทางอย่างน้อยเจ็ดวัน
  • หากผู้โดยสารที่เดินทางจาก / เดินทางถึง / เดินทางด้วยเที่ยวบิน FLY-THRU ไปยังสาธารณรัฐเกาหลี ต้องการขอคืนเงินค่าตั๋ว ต้องดำเนินการคำขอดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านคอลเซ็นเตอร์ เว็บไซต์ หรืออีเมล และจำนวนเงินที่ขอคืนซึ่งผู้โดยสารมีสิทธิ์ดำเนินการต้องเป็นไปภายใต้เกณฑ์ต่อไปนี้
    • คืนเงินจำนวน 100% ของราคาตั๋วโดยสาร หากยื่นคำร้องขอคืนเงินล่วงหน้านานกว่า 91 วันก่อนกำหนดเดินทาง หรือ
    • คืนเงินจำนวน 90% ของราคาตั๋วโดยสาร หากยื่นคำร้องขอคืนเงินล่วงหน้าระหว่าง 61 ถึง 90 วันก่อนกำหนดเดินทาง
    • คืนเงินจำนวน 80% ของราคาตั๋วโดยสาร หากยื่นคำร้องขอคืนเงินล่วงหน้าระหว่าง 31 ถึง 60 วันก่อนกำหนดเดินทาง
    • คืนเงินจำนวน 70% ของราคาตั๋วโดยสาร หากยื่นคำร้องขอคืนเงินล่วงหน้าระหว่างสาม (3) ชั่วโมงถึง 30 วันก่อนกำหนดเดินทาง
5.2 การสำรองที่นั่งสำหรับหมู่คณะ: ให้เป็นไปตามเงื่อนไขเฉพาะของสายการบิน กรุณาติดต่อสายการบินเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม
5.3 การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน: เมื่อมีการออกหมายเลขการสั่งจองตั๋วแล้ว สายการบินอนุญาตให้ทำการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินนั้นโดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้: การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินภายในเวลาก่อนกำหนดการเดินทางอย่างน้อยสี่สิบแปด (48) ชั่วโมง ผู้โดยสารไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ แต่เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินที่เวลาก่อนการเดินทางมากกว่าสี่สิบแปด (48) ชั่วโมง ท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงตามอัตราที่ปรากฎอยู่ใน ตารางอัตราค่าธรรมเนียมและการเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดดังต่อไปนี้:
  • หากอัตราค่าโดยสารสำหรับเที่ยวบินใหม่ต่ำกว่าอัตราค่าโดยสารสำหรับเที่ยวบินที่ได้ยกเลิกไป ผู้โดยสารจะไม่ได้รับคืนค่าโดยสารส่วนต่างนั้น
  • หากอัตราค่าโดยสารสำหรับเที่ยวบินใหม่สูงกว่าอัตราค่าโดยสารสำหรับเที่ยวบินที่ได้ยกเลิกไป ผู้โดยสารจะต้องชำระค่าส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นให้เรียบร้อยก่อนการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงนั้น
  • การเปลี่ยนแปลงจะยังไม่ถือว่าได้รับการยืนยันจนกว่าสายการบินจะออกหมายเลขการสำรองที่นั่งใหม่ และ/หรือเอกสารยืนยันการเดินทางใหม่ให้แก่ท่าน
  • ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงเส้นทางบิน
5.4 อัตราค่าโดยสารโปรโมชั่น: ข้อบังคับการเปลี่ยนเที่ยวบินตามที่ปรากฎในหัวข้อที่ 5.3 และ 5.5 ไม่สามารถนำมาใช้กับอัตราค่าโดยสารตามโปรโมชั่นต่างๆ ได้
5.5 การเปลี่ยนแปลงชื่อผู้โดยสาร: เมื่อการสำรองที่นั่งได้รับการยืนยันแล้ว สายการบินฯ สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงชื่อผู้โดยสาร
5.6 การชำระเงิน: : ผู้โดยสารจะต้องชำระค่าโดยสารเต็มจำนวนเมื่อทำการสำรองที่นั่ง หากผู้โดยสารไม่ชำระค่าโดยสารเต็มจำนวนเมื่อทำการสำรองที่นั่งแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการสำรองที่นั่งก่อนการลงทะเบียนเพื่อยืนยันการเดินทาง (เช็คอิน) และ/หรือ ไม่อนุญาตให้ท่านขึ้นเครื่องได้
5.7 ข้อมูลส่วนบุคคล: ท่านรับทราบและตกลงว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้มอบให้แก่สายการบินนั้น สายการบินสามารถนำไปใช้เพื่อสำรองที่นั่งและยืนยันการเดินทาง เพื่อการจัดหาและพัฒนาระบบการช่วยเหลือและสิ่งอำนวยความสะดวก และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พิธีการการเข้าเมือง ทำบัญชี เรียกเก็บเงินและตรวจสอบบัญชี ตรวจสอบบัตรเครดิตหรือบัตรชำระเงินอย่างอื่น เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย ด้านการบริหารจัดการและด้านกฎหมาย เพื่อการออกบัตรเครดิต เพื่อการทดสอบระบบ เพื่อการบำรุงรักษาและพัฒนา เพื่อการวิเคราะห์ทางสถิติ และเพื่อช่วยให้สายการบินฯ สามารถติดต่อกับท่านได้ในภายภาคหน้า

เพื่อวัตถุประสงค์เหล่านี้ โดยข้อบังคับในการเดินทางกับสายการบิน ท่านอนุญาตให้สายการบินเก็บและใช้ซึ่งข้อมูลส่วนตัวของท่านและส่งต่อข้อมูลไปยังสำนักงานของสายการบิน ตัวแทนที่ได้รับอนุญาตและบุคคลที่สามอันเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ ตัวแทนของรัฐบาล ผู้ให้บริการการเดินทางอื่น หรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น
5.8 ที่นั่ง: สายการบินจะจัดสรรที่นั่งให้กับผู้โดยสารแต่ละท่านเมื่อดำเนินการเช็คอินตามความเหมาะสมและขึ้นอยู่กับที่นั่งที่ยังคงว่างอยู่ สายการบินฯ อาจใช้สิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงที่นั่งผู้โดยสารได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แม้ว่าผู้โดยสารจะขึ้นเครื่องแล้วหรือขณะที่ได้ออกเดินทางแล้วก็ตาม ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย สุขภาพ หรือ กฎข้อบังคับด้านการบิน สายการบินฯ สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารย้ายที่นั่งสู่ที่นั่งระดับที่สูงกว่าหากขึ้นเครื่องแล้ว
5.8.1 บริการเลือกที่นั่งถูกใจ (ASR): ผู้โดยสารสามารถเลือกตำแหน่งที่นั่งล่วงหน้าได้โดยขึ้นอยู่กับที่นั่งที่ยังคงว่างอยู่ก่อนกำหนดการเดินทาง ทั้งนี้ ผู้โดยสารต้องชำระค่าธรรมเนียมการเลือกที่นั่งตามที่ปรากฏใน ตารางอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับบริการ ASR ทั้งนี้ สายการบินฯ อาจใช้สิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่นั่งผู้โดยสารได้ไม่ว่า ณ เวลาใดหรือแม้ว่าผู้โดยสารจะขึ้นเครื่องแล้วก็ตาม โดยสายการบินฯ จะจัดที่นั่งใหม่ให้ตามความเหมาะสมด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยหรือกฎข้อบังคับด้านการบิน โดยจะไม่รับประกันตำแหน่งที่นั่งซึ่งอาจจะเป็นที่นั่งติดทางเดิน ริมหน้าต่าง แถวทางออก หรือที่นั่งประเภทอื่นๆ อย่างไรก็ตามสายการบินฯ จะพยายามจัดหาที่นั่งที่สอดคล้องกับราคาและความเหมาะสมอย่างเต็มความสามารถ สายการบินฯ สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารย้ายที่นั่งสู่ที่นั่งระดับที่สูงกว่าหากขึ้นเครื่องแล้ว
5.8.2 ไม่ว่าในเวลาใดก็ตามหลังจากการชำระค่าธรรมเนียมบริการเลือกที่นั่งถูกใจ (ASR) แล้วและตารางการการเดินทางมีการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก ล่าช้า หรือมีการยุบเที่ยวบินรวมกัน เนื่องจากสายการบินฯ พิจารณาสถานการณ์แล้วว่า อยู่นอกเหนือความควบคุม หรือด้วยเหตุผลเชิงพาณิชย์ หรือด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย สายการบินฯ จะเลือกดำเนินการดังนี้:
  • ดำเนินการสำรองที่นั่งล่วงหน้าที่นั่งเดิมให้แก่ท่านในเที่ยวบินถัดไปที่สามารถให้บริการได้ หรือ
  • ดำเนินการสำรองที่นั่งล่วงหน้าที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับการสำรองที่นั่งเดิมให้แก่ท่านในเที่ยวบินถัดไปที่สามารถให้บริการได้ หรือ
  • ดำเนินการกำหนดที่นั่งโดยสุ่มให้แก่ท่านในเที่ยวบนถัดไปที่สามารถให้บริการได้ และสายการบินจะคืนค่าธรรมเนียมการสำรองที่นั่งล่วงหน้าที่ท่านชำระแล้วให้แก่ท่าน
ทั้งนี้ สายการบินฯ จะยึดข้อกำหนดที่ได้บัญญัติไว้ในข้อ 5.8.2 เป็นสำคัญ โดยสงวนสิทธิ์และถือเป็นที่สิ้นสุด และสายการบินฯ ไม่ต้องรับผิดชอบในการสำรองที่นั่งล่วงหน้าดังกล่าวอีกแต่อย่างใด
5.9.1 ผลิตภัณฑ์บนเครื่องบิน: การจัดหาผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโปรแกรมที่โฆษณาไว้บนเครื่องบินนั้นจะขึ้นอยู่กับว่ามีสินค้าหรือไม่ ผลิตภัณฑ์หรือบริการบนเครื่องบินนั้นแลกคืนเป็นเงินไม่ได้และโอนให้กันไม่ได้หลังจากซื้อแล้ว เราไม่อนุญาตให้ท่านจองหรือทำการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์หรือบริการบนเครื่องบินภายใน 48 ชั่วโมง จากกำหนดการเดินทางสำหรับเที่ยวบินไป/และจากโฮโนลูลู (สหรัฐฯ), คันไซ (ญี่ปุ่น), นิวซีแลนด์, โกลด์โคสต์ (ออสเตรเลีย) และมอริเชียส หรือภายใน 24 ชั่วโมงจากกำหนดการเดินทางสำหรับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ทั้งหมด เราขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลง/แก้ไขราคา หรือทดแทนองค์ประกอบใดก็ตามของผลิตภัณฑ์และบริการบนเครื่องบินได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า บัตรขึ้นเครื่องคือหลักฐานยืนยันการซื้อผลิตภัณฑ์และบริการบนเครื่องบินล่วงหน้าของท่าน ท่านต้องแสดงบัตรดังกล่าวแก่พนักงานต้อนรับบนเครื่องเพื่อขอรับผลิตภัณฑ์หรือบริการบนเครื่องบินที่ท่านจองไว้ล่วงหน้า ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับราคาและ/หรือส่วนลดทั้งหมดของผลิตภัณฑ์และบริการบนเครื่องบินที่ท่านจองไว้ล่วงหน้านั้นมีความถูกต้องแม่นยำ ณ เวลาที่จอง
5.9.2 อาหาร: รายการอาหารอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา อาหารอาจมีส่วนประกอบของถั่ว ผลิตภัณฑ์จากนม และ/หรือแป้ง ภายใน 48 ชั่วโมงจากกำหนดการเดินทาง สายการบินฯ ไม่รับการสั่งจองหรือเปลี่ยนแปลงรายการอาหารที่ได้สั่งจองไว้แล้ว สำหรับเที่ยวบินไป/และจากโฮโนลูลู (สหรัฐฯ), คันไซ (ญี่ปุ่น), นิวซีแลนด์, โกลด์โคสต์ (ออสเตรเลีย) และมอริเชียส หรือภายใน 24 ชั่วโมงจากกำหนดการเดินทางสำหรับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ทั้งหมด เราสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข/เปลี่ยนแปลงราคาหรือทดแทนรายการอาหารที่ได้สั่งจองไว้ด้วยรายการอาหารอื่นที่มีมูลค่าทัดเทียมกันตามความพร้อมในการให้บริการและ/หรือความเหมาะสมของเครื่องบินได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ สายการบินฯ จะยึดถือบัตรขึ้นเครื่องเป็นเอกสารพิสูจน์ในการรับอาหารที่ได้สั่งจองไว้ โดยผู้โดยสารต้องแสดงเอกสารดังกล่าวแก่พนักงานต้อนรับบนเที่ยวบินเพื่อรับอาหารที่ได้สั่งไว้ อนึ่ง ราคาและ/หรือส่วนลดต่างๆ สำหรับการสั่งจองอาหารล่วงหน้าจะมีผลในขณะที่ดำเนินการสั่งจองเท่านั้น
 
5.10 ประกันภัยการเดินทาง: เนื่องจากการเดินทางนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง และความรับผิดชอบของทางสายการบินที่มีต่อผู้โดยสารนั้นมีจำกัด ดังนั้นจึงแนะนำผู้โดยสารให้ซื้อประกันภัยการเดินทางซึ่งมีความคุ้มครองดังต่อไปนี้:
  • การเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางและยกเลิกการเดินทาง
  • การสูญหาย ความล่าช้า หรือความเสียหายอันเกิดกับกระเป๋าเดินทางและ/หรือสิ่งของอื่นๆ และ
  • ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและยา รวมถึงค่าใช้จ่ายที่นักปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์เรียกเก็บในกรณีฉุกเฉินในประเทศที่ท่านได้เดินทางมาและเดินทางไปสู่
ข้อที่ 6
การเช็คอิน (ลงทะเบียนการเดินทาง) และสิ่งจำเป็นอื่นๆในการเดินทาง
6.1.1 การลงทะเบียนเพื่อยืนยันการเดินทาง (เช็คอิน) การสิ้นสุด และเงื่อนไข: เคาน์เตอร์เช็คอินของเราจะเปิดให้บริการก่อนเวลาออกเดินทางสาม (3) ชั่วโมง ทั้งนี้ เคาน์เตอร์ของสายการบินฯ จะปิดให้บริการก่อนเวลาออกเดินทางหกสิบ (60) นาที* กำหนดเปิดให้บริการดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละท่าอากาศยานและแต่ละเที่ยวบิน ผู้โดยสารจะต้องดำเนินการลงทะเบียนให้เรียบร้อยภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ ทั้งนี้ไม่ว่าในกรณีใดๆ สายการบินสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการเดินทางตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และไม่อนุญาตให้ท่านลงทะเบียนเพื่อยืนยันการเดินทางได้โดยไม่มีการคืนเงินค่าโดยสารที่ท่านได้ชำระไปแล้ว:
  • ผู้โดยสารต้องเช็คอินให้เรียบร้อยก่อนเวลาเดินทางอย่างน้อยหกสิบ (60) นาที
  • หากท่านไม่อาจแสดงตนหรือยืนยันความเป็นตัวท่านต่อพนักงานของสายการบิน
  • หากท่านไม่สามารถแสดงหลักฐานได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง (เอกสารการเดินทางที่ชำรุดไม่สมบูรณ์จัดว่าเป็นเอกสารที่ไม่ถูกต้อง) รวมทั้งตราอนุญาตเดินทางต่างประเทศ (วีซ่า) รวมถึงเอกสารการอนุญาตที่คล้ายคลึงกันที่จำเป็นต้องใช้ในการเข้าสถานที่หรือประเทศ ซึ่งจำเป็นต่อการเดินทางไปยังสถานที่หรือประเทศนั้นๆ
  • หากท่านไม่ชำระค่าโดยสารเต็มจำนวน หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ต้องจ่ายให้แก่สายการบิน
  • หากท่านประทุษร้ายพนักงานของสายการบินฯ หรือก่อให้เกิดความวุ่นวาย ณ เคาน์เตอร์ของสายการบิน หรือดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือคุกคามพนักงานของสายการบินฯ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางกายหรือทางวาจา
  • หากรัฐบาลหรือหน่วยงานอื่นไม่อนุญาตให้ท่านลงทะเบียนเพื่อยืนยันการเดินทางหรือขึ้นเครื่องบิน
  • หากสายการบินฯ เห็นควรว่าท่านไม่มีความพร้อมต่อการเดินทางอันเนื่องมาจากอาการเมาสุรา และ/หรือ
  • หากสายการบินฯ เห็นควรว่าท่านไม่เหมาะสมในการเดินทางโดยเหตุผลทางการแพทย์หากปราศจากความช่วยเหลือทางการแพทย์พิเศษระหว่างการบิน หรือท่านมีอาการป่วยที่ติดต่อได้ซึ่งมีความเสี่ยงสูงหรืออาจมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพแก่ผู้โดยสารอื่น
  • * หากท่านมีกำหนดการเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ 2 (KLIA2) กรุณาเผื่อเวลาเช็คอินให้เรียบร้อยอย่างน้อยเก้าสิบ (90) นาทีก่อนเวลาออกเดินทาง ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาไปไม่ทันเวลาขึ้นเครื่องและพลาดเที่ยวบิน
6.1.2 การเช็คอินด้วยตนเอง: สายการบินฯ อนุญาตให้ผู้โดยสารดำเนินการเช็คอินด้วยตนเองได้ โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและข้อจำกัดการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการเดินทางหลังการเช็คอินโดยเคร่งครัด ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบได้บนเว็บไซต์ของสายการบินฯ ภายใต้หัวข้อเช็คอินด้วยตนเอง
6.1.3 ความจำกัดของที่นั่ง: แม้ว่าผู้โดยสารจะได้สำรองที่นั่งกับสายการบินฯ แล้ว อย่างไรก็ตามหากเกิดเหตุการณ์ที่ท่านไม่สามารถเดินทางไปกับเที่ยวบินดังกล่าวได้ เนื่องจากการปฏิบัติธุรกิจโดยทั่วไปของวงการอุตสาหกรรมสายการบินฯ ที่มีการสำรองตั๋วโดยสารมากกว่าที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ยกเว้นเที่ยวบินไป/จากสหรัฐฯ ในกรณีที่ท่านถูกปฏิเสธการโดยสารที่สืบเนื่องจากการสำรองตั๋วโดยสารมากกว่าที่กำหนดไว้ในเที่ยวบินระหว่างประเทศที่การสำรองที่นั่งของท่านมีผลใช้และได้รับการยืนยันแล้ว และท่านไปแสดงตัวที่จุดเช็คอินตามเวลาที่กำหนด สายการบินฯ จะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ คือ
  • a. อนุญาตให้ผู้โดยสารเดินทางไปกับเที่ยวบินต่อไป หากยังมีที่นั่งเหลือ หรือเปลี่ยนเที่ยวบินให้ โดยผู้โดยสารไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และขยายระยะเวลาการใช้บัตรโดยสารของผู้โดยสารออกไปหากจำเป็น หรือ
  • b. หากผู้โดยสารเลือกเดินทางในเวลาอื่น โดยคงค่าโดยสารที่ผู้โดยสารได้ชำระไว้แล้วเพื่อเดินทางในอนาคต ทั้งนี้ ผู้โดยสารจะต้องทำการสำรองที่นั่งใหม่อีกครั้งภายในเวลาสาม (3) เดือนนับตั้งแต่วันที่เลือกเดินทางในเวลาอื่น
ผู้โดยสารถูกปฏิเสธการโดยสารโดยไม่สมัครใจ ผู้โดยสารสามารถดำเนินการเพื่อขอรับเงินชดเชยตามอนุสัญญาใดๆ ซึ่งอาจบังคับใช้ หรือหากไม่มีกฎหมายที่บังคับใช้ สายการบินฯ จะดำเนินการด้วยวิธีอื่น
6.1.4 การแก้ไขปัญหา: การดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งที่ได้ระบุไว้ในข้อ 6.1.3 (a) ถึง (b) นั้นเป็นการชดเชยที่ทางเราตกลงให้และให้ถือเป็นที่สิ้นสุด ซึ่งสายการบินฯ ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ต่อท่านอีก เว้นแต่อนุสัญญากำหนดให้เป็นอย่างอื่น
6.2 การขึ้นเครื่อง: ท่านจะต้องแสดงตัว ณ ประตูขึ้นเครื่องอย่างน้อยเก้าสิบ (90) นาทีก่อนถึงเวลาออกเดินทาง ซึ่งประตูขึ้นเครื่องจะปิดยี่สิบ (20) นาทีก่อนถึงเวลาออกเดินทาง หากท่านไม่มาแสดงตัวภายในระยะเวลาดังกล่าว สายการบินสามารถปฏิเสธการเดินทางได้
6.3 การไม่ปรากฏตัว: ท่านจะต้องแสดงตัวที่จุดเช็คอินตรงตามเวลาที่กำหนดและแสดงตัวที่ประตูขึ้นเครื่องไม่เกินเวลาที่สายการบินระบุไว้ ณ ขณะที่ท่านเช็คอิน หากไม่มาเช็คอินตามเวลาหรือขึ้นเครื่องตามเวลาออกเดินทาง ค่าโดยสารที่จ่ายไปแล้วจะไม่สามารถขอคืนเงินได้ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด
6.4 การปฏิบัติตามข้อบังคับ: ผู้โดยสารเท่านั้นที่จะต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามกฏหมาย ข้อบังคับ คำสั่ง คำเรียกร้อง และข้อกำหนดของประเทศต้นทาง ประเทศปลายทาง หรือประเทศที่เดินทางผ่าน และตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของทางสายการบิน ตลอดจนถึงคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวของสายการบิน ทางสายการบินจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นที่จะติดต่อจัดหาเอกสารสำคัญหรือปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ คำสั่ง คำเรียกร้อง และข้อกำหนด ไม่ว่าจะได้รับแจ้งทั้งทางวาจาหรือลายลักษณ์อักษรหรือวิธีอื่นๆ หรือผลที่เกิดกับผู้โดยสารอันเนื่องมาจากการที่ท่านไม่สามารถจัดหาเอกสาร หรือไม่สามารถปฏิบัติตามกฏหมาย กฏข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง คำเรียกร้อง ข้อกำหนดและคำอธิบายดังกล่าวได้
6.5 เอกสารการเดินทาง: ท่านจะต้องรับผิดชอบในการจัดหาและครอบครองตลอดจนเตรียมเอกสารที่จำเป็นต่อการเดินทางให้พร้อม เพื่อนำมาใช้ประกอบการเดินทางเข้าและออกจากประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับสุขภาพหรือเอกสารอื่นๆ ตามที่กฎหมาย ข้อบังคับ คำสั่ง คำเรียกร้อง หรือข้อกำหนดของประเทศต้นทางที่ท่านจะออกเดินทาง ประเทศปลายทางที่ท่านจะเดินทางไปถึง และประเทศที่ท่านจะเดินทางผ่านบัญญัติไว้ เอกสารการเดินทางของท่านจะได้รับการตรวจสอบผ่านฐานข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงฐานข้อมูลขององค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (INTERPOL) เพื่อจุดประสงค์ด้านความปลอดภัย การป้องกันการเกิดอาชญากรรม และการบังคับใช้กฎหมาย กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสาร ประกอบการเดินทางของท่านมีจำนวนหน้าคงเหลือเพียงพอตามข้อกำหนดของเมืองปลายทาง ทั้งนี้สายการบินขอสงวนสิทธิในการไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารที่ไม่ปฏิบัติตาม หรือมีเอกสารที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย ข้อบังคับ คำสั่ง คำเรียกร้อง หรือข้อกำหนดดังกล่าวขึ้นเครื่อง
6.6 คำแนะนำด้านเอกสาร: ผู้โดยสารทั้งหมดที่ใช้เส้นทางระหว่างประเทศ จะต้องมีหนังสือเดินทางที่มีอายุอีกไม่น้อยกว่าหก (6) เดือนนับจากวันที่ออกเดินทาง และวีซ่าที่ถูกต้องสำหรับการเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งผู้โดยสารที่ได้กล่าวมานี้จะต้องมีตั๋วเดินทางต่อหรือเดินทางกลับ หากท่านซื้อผลิตภัณฑ์ FLY-THRU ของเรา ท่านจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในการเดินทางเข้าประเทศปลายทาง
6.7 การไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ: ผู้โดยสารยินยอมที่จะชำระค่าโดยสาร และ/หรือ ค่าปรับที่จะต้องชำระเมื่อใดก็ตามที่สายการบินจำต้องส่งผู้โดยสารกลับไปยังประเทศต้นทางหรือประเทศอื่น ตามคำสั่งของรัฐบาลหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง เนื่องจากผู้โดยสารไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้าประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางผ่านประเทศหรือประเทศปลายทางก็ตาม ในกรณีเช่นนี้ทางสายการบินจะไม่คืนค่าโดยสารให้แก่ท่าน
6.8 ผู้โดยสารต้องรับผิดชอบต่อค่าปรับ ค่าใช้จ่ายในการกักตัว และอื่นๆ: หากสายการบินจำเป็นต้องชำระเงินหรือวางมัดจำเงินค่าปรับ หรือค่าสินไหมทดแทน หรือต้องมีรายจ่ายอันเกิดจากการที่ท่านไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ คำสั่ง คำเรียกร้อง หรือข้อกำหนดในการเดินทางอื่นๆ ของประเทศที่ท่านได้เดินทางมา เดินทางไปสู่ หรือเดินทางผ่าน หรือต้องมีค่าใช้จ่ายในการจัดทำเอกสารที่จำเป็น หรือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมถึงค่าบริการสำหรับนักปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ในกรณีฉุกเฉินในประเทศที่ท่านได้เดินทางมาและเดินทางไปสู่ ท่านจะต้องชำระเงินคืนแก่สายการบินเมื่อถูกทวงถาม ตามจำนวนที่สายการบินได้สำรองจ่ายไป หรือตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หรือตามที่จะต้องชำระ ทั้งนี้สายการบินอาจใช้มูลค่าของสายการบินอื่นที่ท่านไม่ได้ใช้บริการ หรือเงินจำนวนใดๆ ที่อยู่ในความครอบครองของสายการบินมาใช้ชำระเงินหรือใช้เป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว
6.9 การตรวจสอบความปลอดภัย: ผู้โดยสารต้องเข้ารับการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยหรือเพื่อสุขภาพ จากรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานหรือทางสายการบิน
6.10 สิ่งของผู้โดยสารที่ถูกย้ายออกโดยผู้รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน: ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบหรือไม่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งของหรือกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสาร หากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานปฏิบัติตามกฏหมายของรัฐบาล ไม่ว่าสิ่งของนั้นจะถูกรักษาไว้หรือถูกทำลายโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือส่งต่อจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาให้แก่ทางบริษัท
ข้อที่ 7
การปฏิเสธการบิน และ การจำกัดของการบิน
7.1 สิทธิในการปฏิเสธสัมภาระ: ทั้งนี้ เว้นแต่กฎหมายที่บังคับใช้กำหนด สายการบินอาจปฏิเสธท่านหรือสัมภาระของท่าน ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย หรือในดุลยพินิจของสายการบิน หากพิจารณาแล้วเห็นว่า:
  • การปฏิบัตินั้นเป็นสิ่งจำเป็นอันเนื่องมาจากเหตุผลด้านความปลอดภัย หรือ
  • การปฏิบัตินั้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อดำเนินขั้นตอนตามกฎหมายข้อบังคับ หรือเป็นคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือประเทศที่ท่านจะออกเดินทาง ประเทศที่ท่านจะเดินทางไปถึง และประเทศที่ท่านจะเดินทางผ่าน หรือ
  • พฤติกรรม สถานะภาพ อายุ ปัญหาสภาวะทางจิตใจหรือร่างกาย หรือสภาพสัมภาระของผู้โดยสารซึ่ง
    (i) เป็นเหตุให้เกิดอันตราย ความไม่สะดวก หรือทำให้ท่านเป็นที่รังเกียจของผู้โดยสารท่านอื่นหรือลูกเรือ หรือ
    (ii) มีอันตรายหรือทำให้เกิดความเสี่ยงต่อตัวท่านเอง หรือบุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน หรือ
  • ท่านได้ประพฤติผิดจากการโดยสารเครื่องบินที่ผ่านมา และอาจกระทำซ้ำอีก หรือ
  • ท่านไม่ให้ความสำคัญ หรือไม่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของสายการบินได้ หรือ
  • ท่านปฏิเสธไม่เข้ารับการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย หรือ
  • ไม่ได้ชำระค่าโดยสาร หรือค่าบริการต่างๆ หรือค่าภาษี หรือ
  • การชำระค่าโดยสารของท่านเข้าข่ายการทุจริต หรือ
  • ท่านไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้อง ครบถ้วน หรือ
  • การสำรองที่นั่งได้กระทำโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการทุจริต หรือฉ้อโกง หรือซื้อบัตรโดยสารผ่านผู้อื่นที่ไม่ใช่สายการบินหรือตัวแทนผู้ได้รับอนุญาตจากสายการบิน หรือ
  • บัตรเครดิตที่ท่านนำมาใช้ชำระค่าโดยสารได้ถูกแจ้งว่าหายหรือถูกขโมย หรือ
  • เอกสารยืนยันรายละเอียดการเดินทาง การสำรองที่นั่ง หรือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ได้มาโดยการปลอม หรือโดยการฉ้อฉล หรือ
  • เอกสารยืนยันรายละเอียดการเดินทางได้ถูกเปลี่ยนแปลงโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สายการบินหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต หรือถูกทำให้เสียหายซึ่งในกรณีนี้ สายการบินขอสงวนสิทธิในการยึดเอกสารดังกล่าว และ/หรือ
  • บุคคลที่ยื่นเอกสารเพื่อลงทะเบียนยืนยันการเดินทางไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเป็นผู้โดยสารในเที่ยวบินนั้นๆ (สายการบินฯ ขอสงวนสิทธิในการยึดเอกสารดังกล่าว) และ/หรือ) และ/หรือ
  • เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารท่านอื่น สายการบินฯ ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการโดยสารของบุคคลที่ป่วยเป็นโรคติดต่อ โรคติดเชื้อ หรือโรคเรื้อรังที่เป็นอันตรายโดยตรงในดุลยพินิจของสายการบิน หรือเหตุผลอื่นที่สายการบินฯ เชื่อว่าจะส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารอื่น
7.2 เด็กที่เดินทางตามลำพัง
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีจะไม่สามารถใช้บริการของเราได้ยกเว้นจะเดินทางมากับบุคคลที่มีอายุอย่างต่ำ 18 ปี ทั้งนี้ เด็กผู้นั้นต้องนั่งติดกับผู้ปกครองที่ร่วมเดินทาง
ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบในสวัสดิภาพความปลอดภัยของเด็กที่ร่วมเดินทาง รวมไปถึงต้องมีการสำรองที่นั่งติดกันสำหรับเด็กและผู้ปกครองที่ร่วมเดินทาง
7.3 ผู้โดยสารที่ทุพพลภาพ/มีปัญหาด้านสุขภาพหรืออยู่ในภาวะเจ็บป่วย: ผู้โดยสารที่มีข้อกำหนดเฉพาะที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ และผู้โดยสารที่มีอาการ / ความเจ็บป่วยทางการแพทย์ รวมถึงผู้โดยสารที่อาจต้องการการจัดการหรือนำยา เข็มฉีดยาขึ้นเครื่อง ขอให้ผู้โดยสารติดต่อเราผ่านไลฟ์แชททางเว็บไซต์ของเราหรือ ศูนย์คอลล์เซ็นเตอร์ อย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนวันออกเดินทางที่กำหนด เพื่อให้เราสามารถจัดการประเภทของความช่วยเหลือที่จำเป็นล่วงหน้า
7.3.1 รถเข็น/อุปกรณ์ช่วยเหลือในการเคลื่อนที่: สายการบินฯ อนุญาตให้นำรถเข็นและอุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนที่ (รวมไปถึง รถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่) ขึ้นบนเที่ยวบินของสายการบินฯ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 8.5 ทั้งนี้ สายการบินฯ ได้ระบุข้อมูลสำหรับวิธีการขนส่งรถเข็นและอุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนที่่ไว้บนเว็บไซต์ของเราอย่างชัดเจนแล้ว

ผู้โดยสารที่ต้องการบริการรถเข็นต้องแจ้งให้ทางสายการบินฯ ทราบในขณะที่ทำการสำรองที่นั่ง หรือแจ้งผ่านทางเมนูจัดการบุ๊คกิ้งอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง หากผู้โดยสารไม่ดำเนินการแจ้งล่วงหน้า อาจส่งผลให้สายการบินฯ ไม่สามารถอำนวยความสะดวกในการให้บริการดังกล่าวได้ และผู้โดยสารจะถูกปฏิเสธการโดยสาร เว้นแต่กฎหมายจะระบุเป็นอย่างอื่น
7.3.2 การเดินทางโดยมีผู้ร่วมเดินทาง: สายการบินอาจร้องขอให้ท่านต้องมีผู้ร่วมเดินทางด้วยหากพิจารณาแล้วเห็นว่า:
  • เป็นเรื่องที่จำเป็นต่อความปลอดภัยภายใต้ข้อบังคับของรัฐ หรือ
  • ผู้โดยสารไม่สามารถให้การช่วยเหลือตัวเองในการอพยพออกจากเครื่องบินได้ หรือ
  • ผู้โดยสารเป็นผู้ที่ไม่สามารถเข้าใจคำสั่ง/คำแนะนำเกี่ยวกับความปลอดภัยได้อันเนื่องมาจากความทุพพลภาพทางจิต หรือ
  • ผู้โดยสารมีความบกพร่องทางการได้ยินและการมองเห็นขั้นรุนแรง และผู้โดยสารไม่สามารถสื่อสารและเข้าใจอธิบายสรุปย่อข้อปลอดภัยที่จำเป็นจากสมาชิกลูกเรือได้

ผู้ร่วมเดินทางจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้:

  • มีความสามารถทั้งด้านสติปัญญาและร่างกายในการให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ผู้โดยสารเข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยจากสมาชิกลูกเรืออย่างเหมาะสมขณะอยู่บนเครื่อง และช่วยเหลือสมาชิกลูกเรือในการอพยพผู้โดยสารออกจากเครื่องบินในกรณีฉุกเฉิน และ
  • พึ่งพาตัวเองได้
7.3.3 ที่นั่ง: เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสุขภาพ ข้อกำหนดของรัฐบาล กฎหมาย หรือข้อกำหนดทางด้านความปลอดภัย สายการบินฯ จะจัดที่นั่งสำหรับผู้โดยสารที่ต้องความความช่วยเหลือพิเศษตามความเหมาะสม และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย หรือจัดที่นั่งให้ใหม่เมื่อเห็นสมควร ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย สุขภาพ หรือ กฎข้อบังคับด้านการบิน
7.3.4 ใบรับรองแพทย์และเอกสารจำกัดขอบเขตความรับผิดชอบ: ผู้โดยสารที่มีอาการทางการแพทย์หรืออยู่ในภาวะเจ็บป่วยจำเป็นต้องแสดงใบรับรองแพทย์ที่ถูกต้อง* โดยลงวันที่ไม่เกินสิบ (10) วันก่อนวันที่ออกเดินทาง เพื่อเป็นการยืนยันว่าผู้โดยสารสามารถเดินทางได้ เว้นแต่สายการบินฯ จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

*ผู้โดยสารในเที่ยวบินไป/จากสหรัฐฯ จำเป็นต้องมอบใบรับรองแพทย์ที่ถูกต้อง*โดยลงวันที่ไม่เกิน 10 วันก่อนวันที่เดินทาง พร้อมระบุปัญหาด้านการแพทย์/ภาวะเจ็บป่วยต่อไปนี้:

  • แม้มีปัญหาทางการแพทย์ดังที่ได้กล่าวมา แต่ผู้โดยสารมีความสามารถโดยปราศจากข้อสงสัยในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการบินอย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์พิเศษระหว่างการบิน หรือ
  • ผู้โดยสารที่เป็นโรคติดต่อหรืออาการที่สามารถถ่ายทอดไปยังผู้โดยสารอื่นบนเครื่อง และที่มีความเสี่ยงโดยตรง (ซึ่งรวมถึงโรคอีสุกอีใส โรคหัด โรคคางทูม โรคหัดเยอรมัน วัณโรค และโรคไอกรน) และใบรับรองแพทย์ต้องยืนยันว่าโรคติดต่อหรืออาการนั้นจะไม่แพร่ไปยังผู้โดยสารอื่นภายในเครื่อง

เว้นแต่สายการบินจะระบุเป็นแบบอื่น ผู้โดยสารที่มีปัญหาด้านการแพทย์/ภาวะเจ็บป่วยต้องลงนามยินยอมในเอกสารจำกัดขอบเขตความรับผิดชอบเมื่อเช็คอิน เพื่อยืนยันว่าผู้โดยสารสามารถเดินทางได้

7.3.5 สัตว์เลี้ยงสำหรับช่วยเหลือ: ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงสำหรับช่วยเหลือร่วมเดินทางไปด้วย
7.4 สตรีมีครรภ์: ผู้โดยสารที่ตั้งครรภ์จำเป็นต้องแจ้งให้สายการบินทราบถึงอายุครรภ์เมื่อทำการสำรองที่นั่งและ ณ เคาน์เตอร์เช็คอิน โดยผู้โดยสารที่ตั้งครรภ์จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในการเดินทางดังต่อไปนี้:
  • อายุครรภ์ไม่เกิน 27 สัปดาห์ (ตลอดช่วงอายุครรภ์): ผู้โดยสารจะต้องลงนามยินยอมในเอกสารจำกัดขอบเขตความรับผิดชอบของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ณ เวลาที่ทำการเช็คอินเพื่อแสดงความยินยอมไม่เรียกร้องใดๆ ต่อแอร์เอเชีย เอ็กซ์ (ยกเว้นเที่ยวบินไป/จากสหรัฐฯ)
  • อายุครรภ์ในช่วงสัปดาห์ที่ 28 ถึง 34 สัปดาห์ (ตลอดช่วงอายุครรภ์):
    • ผู้โดยสารต้องแสดงใบรับรองแพทย์ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางได้
    • ใบรับรองแพทย์ต้องยืนยันอายุครรภ์เป็นจำนวนสัปดาห์ และเอกสารดังกล่าวจะต้องลงวันที่กำกับไว้ไม่เกินสามสิบ (30) วันนับถึงวันออกเดินทางเที่ยวบินขาออกหรือเที่ยวบินขาเข้าแล้วแต่กรณี
    • ลงนามยินยอมในเอกสารจำกัดขอบเขตความรับผิดชอบของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ณ เวลาที่ทำการเช็คอินเพื่อแสดงความยินยอมไม่เรียกร้องใดๆ ต่อแอร์เอเชีย เอ็กซ์ (ยกเว้นเที่ยวบินไป/จากสหรัฐฯ)
  • อายุครรภ์ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 35 ขึ้นไป: สายการบินปฏิเสธการให้บริการ
7.5 ทารกอายุไม่ถึง 9 วัน: สายการบินฯ สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้ทารกที่มีอายุไม่ถึง 9 วัน ร่วมเดินทางไปกับเครื่องบินโดยสาร อย่างไรก็ตามสายการบินอาจใช้ดุลยพินิจให้ทารกดังกล่าวเดินทางไปกับเครื่องบินโดยสารได้หากมีใบรับรองการเดินทางจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและบิดามารดาของทารกได้ลงนามในคำแถลงข้อจำกัดความรับผิดของสายการบินแล้ว
ข้อที่ 8
สัมภาระ
8.1 สิ่งที่ไม่ถือว่าเป็นสัมภาระหรือไม่อาจรวมอยู่ในสัมภาระ:สายการบินขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการเดินทางของท่าน หากพบสัมภาระหรือสิ่งของเหล่านี้ในสัมภาระของท่าน:
  1. วัตถุที่ไม่ได้บรรจุในกระเป๋าหรือภาชนะที่เหมาะสมสำหรับการขนส่งทางอากาศที่ปลอดภัย โดยการดูแลรักษาตามปกติ
  2. วัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อเครื่องบิน บุคคลอื่น หรือทรัพย์สินบนเครื่องบิน และ/หรือ ถือว่าเป็นวัตถุอันตรายภายใต้กฎระเบียบข้อบังคับการขนส่งวัตถุอันตรายขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation – ICAO) สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association - IATA) หรือ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการบินของสายการบิน
  3. วัตถุที่ห้ามมีการขนส่งทางอากาศตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือคำสั่งของรัฐใดก็ตามที่ท่านจะออกเดินทาง ที่จะเดินทางไปถึง และที่ท่านจะเดินทางผ่าน
  4. วัตถุที่บริษัทฯ พิจารณาโดยชอบด้วยเหตุผลแล้วว่าไม่เหมาะกับการขนส่งทางอากาศ เนื่องจากน้ำหนัก ขนาด หรือลักษณะของวัตถุนั้น
  5. วัตถุที่แตกง่ายหรือชำรุดเสียหายได้
  6. สัตว์ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
  7. ชิ้นส่วนมนุษย์ หรือชิ้นส่วนของสัตว์
  8. อาหารทะเลสดหรือแช่แข็ง หรือเนื้อสัตว์อย่างอื่นที่อาจใส่กระเป๋าถือและนำขึ้นเครื่องได้ นอกจากจะแสดงให้เป็นที่พอใจแก่สายการบินแล้วว่าได้บรรจุหีบห่ออย่างเรียบร้อยด้วยโฟมกันชื้น (STYROFOAM) และ/หรือ กล่องเก็บความเย็นซึ่งบรรจุอาหารแห้งหรืออาหารที่ไม่เสียง่าย และได้รับอนุญาตให้ลงทะเบียนยืนยันการบินหลังจากที่ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว หากผู้โดยสารปฏิเสธการตรวจสอบสายการบินมีสิทธิปฏิเสธไม่รับสัมภาระดังกล่าวได้
  9. อาวุธปืนและดินปืน
  10. ก๊าซที่สามารถระเบิดหรือติดไฟได้และไม่ได้ [เช่น ละอองสี ก๊าซที่กลั่นจากน้ำมันปิโตรเลี่ยม (butane) น้ำมันก๊าด] ก๊าซทำความเย็น (เช่น ถังดำน้ำที่มีก๊าซบรรจุอยู่, ไนโตรเจนเหลว) ของเหลวที่ติดไฟได้ (เช่น สี ทินเนอร์ ตัวทำละลาย) ของแข็งที่ติดไฟได้ (เช่น ไม้ขีดไฟ ไฟแช็ค) สารอินทรีย์ประเภทเปอร์ออกไซด์ (เช่น เรซิ่น) วัตถุมีพิษ สารอันอาจติดเชื้อได้ (เช่น ไวรัส แบคทีเรีย) สารกัมมันตภาพรังสี (เช่น เรเดียม) สารกัดกร่อน (เช่น กรด ด่าง ปรอท เครื่องวัดอุณหภูมิ) สารที่มีลักษณะเป็นแม่เหล็ก สารออกไซด์ (เช่น สารฟอกขาว) บุหรี่ไฟฟ้า
  11. วัตถุที่ในดุลพินิจของสายการบินแล้วพิจารณาเห็นว่าเป็นอาวุธ เช่น ปืนพกโบราณ ดาบ มีด และ วัตถุในลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจถือเป็นสัมภาระที่ต้องลงทะเบียนได้ตามข้อบังคับการบินของสายการบิน แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นไปยังห้องโดยสาร
8.2 ทรัพย์สินมีค่าและแตกหักง่าย: ผู้โดยสารไม่สามารถลงทะเบียนทรัพย์สินดังกล่าวเป็นสัมภาระที่ต้องลงทะเบียนได้ และผู้โดยสารต้องรับความเสี่ยงภัยอันอาจเกิดกับทรัพย์สินดังกล่าวเองหากท่านส่งทรัพย์สินดังกล่าวเป็นสัมภาระลงทะเบียน ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวรวมถึง เงิน อัญมณี หินมีค่า เครื่องเงิน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์วีดีโอ เอกสารที่แลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ หลักทรัพย์หรือของมีค่าอื่นๆ เอกสารทางธุรกิจ หนังสือเดินทาง และเอกสารแสดงตนอื่นๆ โฉนด ต้นฉบับเอกสาร หรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
8.3 สิทธิในการตรวจค้น: : เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพ สายการบินฯ อาจขอให้ท่านเข้ารับการตรวจค้น เอกซเรย์ หรือสแกนด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อตรวจค้นตัวท่านหรือสัมภาระของท่าน และเราสงวนสิทธิ์ในการตรวจหรือค้นสัมภาระของท่านในขณะที่ท่านไม่ได้อยู่กับสัมภาระ ณ ที่นั้นได้ ทั้งนี้เพื่อตรวจสอบว่าท่านครอบครองหรือสัมภาระของท่านได้บรรจุวัตถุต้องห้ามตามที่กำหนดไว้หรือไม่ หากท่านปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว สายการบินฯ สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้ท่านและ/หรือสัมภาระของท่านที่จะโดยสารไปในการเดินทางได้โดยสายการบินฯ ไม่ต้องคืนเงินใดๆ และไม่จำเป็นต้องรับผิดใดๆ ต่อท่าน ทั้งนี้ สายการบินฯ ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายจากการตรวจค้นหรือสแกนที่เป็นเหตุก่อให้เกิดความเสียหายต่อท่านและ/หรือทำให้สัมภาระของท่านชำรุดเสียหาย เว้นแต่ว่าความเสียหายนั้นเกิดจากความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของสายการบินฯ แต่อย่างไรก็ตาม สายการบินฯ ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายของกุญแจที่ล็อคสัมภาระอันเนื่องมาจากการตรวจสอบด้านศุลกากรหรือการตรวจสอบเพื่อรักษาความปลอดภัยทั้งที่ท่าอากาศยานขาเข้าและขาออก
8.4 สัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว: เมื่อท่านส่งมอบสัมภาระเพื่อลงทะเบียนยืนยันการเดินทาง สัมภาระนั้นจะอยู่ในความดูแลของสายการบินฯ ซึ่งสายการบินฯ จะออกป้ายสัมภาระสำหรับติดกับสัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้วแต่ละชิ้น สัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้วจะต้องมีชื่อของท่านหรือรายละเอียดอื่นๆ ที่ระบุถึงตัวท่านได้ ติดไว้อย่างแน่นหนา สัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้วจะถูกขนส่งไปพร้อมกับเที่ยวบินที่ท่านเดินทาง เว้นแต่ว่าสายการบินฯ เห็นว่าควรที่จะขนส่งสัมภาระที่ได้รับการตัวสอบแล้วของท่านไปพร้อมกับเที่ยวบินอื่นเพื่อ ความปลอดภัย ความมั่นคง หรือด้วยเหตุผลในการปฏิบัติงาน หากสัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้วถูกขนส่งไปกับเที่ยวบินถัดไป สายการบินฯ จะนำสัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้วดังกล่าวส่งคืนให้แก่ท่านภายในเวลาที่เหมาะสม เมื่อสัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้วของท่านนั้นถึงที่หมายแล้ว เว้นแต่กฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้นจะกำหนดให้ท่านมาแสดงตนด้วยตัวเองเพื่อดำเนินการทางพิธีการศุลกากร
8.5 สัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว: สายการบินจะเรียกเก็บค่าบริการเช็คอินสัมภาระ ซึ่งท่านผู้โดยสารจะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมอัตราพิเศษหากแจ้งความจำนงล่วงหน้าเมื่อทำการสำรองที่นั่ง หรือก่อนกำหนดการเดินทางอย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือชำระเต็มอัตราหากแจ้งความจำนงเมื่อทำการเช็คอิน ณ ท่าอากาศยาน ทั้งนี้ ท่านสามารถสำรองน้ำหนักสัมภาระเช็คอินในเบื้องต้นได้ 1 ชิ้น (ไม่เกิน 20 กก.) ท่านผู้โดยสารที่มีน้ำหนักสัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้วเกินกว่าจำนวนน้ำหนักที่ซื้อไว้ขณะทำการสำรองที่นั่ง จะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมส่วนต่างต่อจำนวนชิ้น (ไม่เกิน 20 กก. ต่อชิ้น) ที่เคาน์เตอร์เช็คอิน ณ ท่าอากาศยาน กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ตารางแสดงอัตราค่าธรรมเนียมของเรา ค่าธรรมเนียมดังกล่าวนี้ไม่สามารถขอคืนหรือโอนให้แก่บุคคลอื่นได้ ยกเว้นสำหรับเที่ยวบินไป/จากสหรัฐฯ ซึ่ง (a) ท่านเปลี่ยนตารางบินไปยังเที่ยวบินอื่นภายใต้ข้อที่ 9.2(a) แต่ไม่ได้ร้บบริการสัมภาระที่เกินกว่าจำนวนน้ำหนักที่ซื้อไว้ (b) สายการบินฯ เสนอเครดิตให้ท่านภายใต้ข้อที่ 9.2(b) ซึ่งรวมถึงราคาที่ชำระสำหรับบริการสัมภาระน้ำหนักเกิน หรือ (c) สายการบินเสนอคืนเงินให้ท่านภายใต้ข้อที่ 9.2(c) หรือ (d)

รถเข็นเด็ก รถเข็นวีลแชร์ อุปกรณ์ช่วยเดิน* และโครงเหล็กช่วยเดิน สามารถนำขึ้นเครื่องได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หากว่าผู้โดยสารจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เหล่านี้ระหว่างการเดินทาง ทั้งนี้ทารกจะไม่ได้รับสิทธิการขนส่งสัมภาระแม้ว่าสายการบินจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการขนส่งรถเข็นเด็กก็ตาม
ผู้โดยสารอาจได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ์การฝากสัมภาระลงใต้ท้องเครื่องของผู้โดยสารท่านอื่นที่มีชื่อปรากฏอยู่บนหมายเลขการสำรองที่นั่งเดียวกันได้

แต่หากผู้โดยสารในหมายเลขการสำรองที่นั่งเดียวกันสละสิทธ์ในการเดินทางจะไม่สามารถนำสิทธิ์การขนส่งสัมภาระของบุคคลนั้นมาใช้ได้ ทั้งนี้ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพและความปลอดภัยสายการบินขอจำกัดน้ำหนักสัมภาระสุทธิ ไม่เกินท่านละ 32 กิโลกรัม และขนาดรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 81 ซม. x 119 ซม. x 119 ซม. ทั้งนี้การจำกัดน้ำหนักนี้ไม่รวมถึงอุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนที่*

อุปกรณ์กีฬาอาจถือขึ้นเครื่องได้ทั้งนี้จะต้องชำระค่าธรรมเนียมตามกำหนดตารางค่าธรรมเนียมที่ระบุไว้และ ท่านจะต้องรับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ท่านซื้อประกันภัยสำหรับอุปกรณ์ดังกล่าว เครื่องดนตรีที่มีขนาดเกินกว่าช่องเก็บของภายในห้องโดยสาร และมีน้ำหนักไม่เกิน 75 กิโลกรัม อาจนำเข้าห้องคนโดยสารได้ หากมีการซื้อและชำระเงินค่าที่นั่งสำหรับเครื่องดนตรีดังกล่าวในอัตราที่เหมาะสมแล้ว ทั้งนี้ ไม่ให้มีน้ำหนักสัมภาระที่เกี่ยวข้องกับการซื้อที่นั่งพิเศษในกรณีดังกล่าว

*สายการบินฯ ขอแนะนำให้ท่านดำเนินการแจ้งให้เราทราบล่วงหน้า ในกรณีที่อุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนย้ายของท่าน (รวมไปถึงรถเข็นที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่) มีขนาดใหญ่เกินกว่าประตูห้องสัมภาระใต้ท้องเครื่อง (ขนาด: ยาว 140 ซม. x กว้าง 140 ซม. x สูง 100 ซม.) หรือไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้เนื่องจากเหตุผลด้านชีวอนามัย ความปลอดภัย และ/หรือ กฎระเบียบอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อการดำเนินการขนส่งอุปกรณ์ดังกล่าวแยกไปกับเครื่องบินลำอื่น
8.5.1 FLY-THRU:
  1. บริษัทจะดำเนินมาตรการต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อไม่ให้เที่ยวบินที่ท่านโดยสารและสัมภาระของท่านเกิดความล่าช้า
  2. ท่านต้องจ่ายค่าธรรมเนียมน้ำหนักกระเป๋าเกิน หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของทั้งสองเที่ยวบิน ณ จุดเริ่มต้นการเดินทาง
8.6 สัมภาระที่ไม่ต้องลงทะเบียน: สายการบินฯ อนุญาตให้ผู้โดยสาร (ยกเว้นทารก) นำสัมภาระพกพา/สัมภาระที่ไม่ต้องลงทะเบียนติดตัวขึ้นเครื่องได้สอง (2) ชิ้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการบินที่ระบุไว้

โดยสัมภาระที่ไม่ต้องลงทะเบียนอาจประกอบไปด้วยสัมภาระสอง (2) ชิ้น ได้แก่
กระเป๋าสัมภาระพกพาหนึ่ง (1) ใบ หรือ กระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กหนึ่ง (1) ใบ หรือ กระเป๋าถือหนึ่ง (1) ใบ หรือ กระเป๋าใบเล็กหนึ่ง (1) ใบ

สัมภาระพกพาหนึ่ง (1) ชิ้นจะต้องมีลักษณะดังนี้:
  1. ต้องมีขนาดไม่เกิน 56 ซม. (สูง) x 36 ซม. (กว้าง) x 23 ซม. (หนา)
  2. ต้องสามารถจัดเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะภายในห้องโดยสารได้
กระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กหนึ่ง (1) ใบ หรือ กระเป๋าถือหนึ่ง (1) ใบ หรือ กระเป๋าใบเล็กหนึ่ง (1) ใบ
  1. ต้องมีขนาดไม่เกิน 40 ซม. (สูง) x 30 ซม. (กว้าง) x 10 ซม. (หนา)
  2. ต้องสามารถจัดเก็บไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้าได้
น้ำหนักรวมสัมภาระสอง (2) ชิ้นต้องไม่เกิน 7 กก.

สัมภาระพกพาใดๆ ที่มีน้ำหนักหรือขนาดเกินกำหนดหรืออาจเป็นอันตรายจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นห้องโดยสาร และผู้โดยสารจะต้องลงทะเบียนสัมภาระดังกล่าวที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินฯ ประจำท่าอากาศยาน ทั้งนี้ ผู้โดยสารจะต้องปฎิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขข้อที่ 8.5 โดยเคร่งครัด หากผู้โดยสารไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าว สายการบินฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเช็คอินสัมภาระดังกล่าวเป็นสัมภาระเช็คอินและโหลดลงใต้ท้องเครื่อง โดยผู้โดยสารจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในอัตราการโหลดสัมภาระน้ำหนักเกิน ณ ประตูทางออกขึ้นเครื่อง (กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ตารางแสดงอัตราค่าธรรมเนียม)
ผูู้โดยสารอาจนำของเหลวขึ้นเครื่องได้โดยใส่ไว้ในสัมภาระพกพาของตนเอง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดกฎหมายท้องถิ่นและระเบียบข้อบังคับต่างๆ และของเหลวดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้:
  1. ของเหลวที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์แต่ละชิ้นมีปริมาณไม่เกิน 100 มล.
  2. ของเหลวทั้งหมดรวมกันไม่เกิน 1 ลิตร ขวดและบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดต้องสามารถใส่รวมกันในถุงพลาสติกซิปล็อคใสที่เปิดปิดได้
    ท่านจะต้องแยกถุงซิปล็อคใสออกจากสัมภาระพกพาในขณะที่ผ่านพิธีการตรวจสอบความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยาน ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจมีสิทธิ์ยึดบรรจุภัณฑ์ใดๆ ที่ไม่ตรงตามข้อกำหนดข้างต้นหรือข้อกำหนดของแต่ละประเทศได้

ผู้โดยสารจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำผงแป้งที่มีส่วนประกอบสารประกอบอนินทรีย์ เช่น เกลือ ทราย แป้งฝุ่น และ/หรือ ผงแป้งรูปแบบอื่นขึ้นเครื่อง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดกฎหมายท้องถิ่นและระเบียบข้อบังคับต่างๆ

ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ได้จำกัดปริมาณการนำผงแป้งที่มีส่วนประกอบสารอนินทรีย์ขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 350 มล./ 12 ออนซ์ เนื้อหาดังกล่าวอาจขึ้นอยู่กับการตรวจสอบความปลอดภัยเพิ่มเติม และ/หรือ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

8.7 น้ำหนักจำกัดของเครื่องบิน: หากสายการบินเห็นว่าน้ำหนักของเครื่องบินหนักเกินกว่าเกณฑ์สายการบินสามารถใช้ดุลยพินิจในการดำเนินการตามข้อ 8.4 ของข้อกำหนดและเงื่อนไขและกฎหมายที่บังคับใช้ได้
8.8 การรับและการส่งมอบสัมภาระคืน: ผู้โดยสารต้องดำเนินการรับสัมภาระด้วยตนเอง ณ จุดรับสัมภาระประจำท่าอากาศยานปลายทาง ทั้งนี้ สายการบินฯ อาจนำสัมภาระไปเก็บรักษาไว้และอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการดูแลหากผู้โดยสารไม่รับสัมภาระคืนภายในเวลาที่กำหนด และหากท่านไม่ขอรับสัมภาระคืนภายในหนึ่ง (1) เดือน สายการบินฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการจัดเก็บสัมภาระได้โดยไม่รับผิดชอบความเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น เฉพาะผู้ที่มีชื่อบนป้ายสัมภาระเมื่อมีการลงทะเบียนสัมภาระเท่านั้นจึงจะมีสิทธิในการรับส่งมอบสัมภาระคืน หากบุคคลที่มาขอรับสัมภาระไม่มีป้ายสัมภาระ ทางสายการบินจะอนุญาตให้บุคคลดังกล่าวรับสัมภาระไปได้ก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นได้แสดงสิทธิของตนที่มีในสัมภาระจนเป็นที่พอใจแล้วเท่านั้น และหากสายการบินร้องขอ บุคคลดังกล่าวจะต้องให้ความมั่นใจได้อย่างเพียงพอว่าจะชดเชยค่าความสูญเสีย ความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นกับสายการบิน อันเป็นผลจากการส่งมอบสัมภาระดังกล่าว การรับสัมภาระของผู้ถือป้ายสัมภาระโดยไม่มีการร้องเรียน ณ เวลาที่มีการส่งมอบสัมภาระนั้นถือเป็นหลักฐานชั้นต้นว่าสัมภาระดังกล่าวได้ถูกส่งมอบให้ในสภาพดีและเป็นไปตามสัญญาสำหรับการบิน
8.9 หากผู้โดยสารหยิบสัมภาระผิด: หากผู้โดยสารหยิบสัมภาระผิด ณ จุดรับสัมภาระนั้น เป็นความรับผิดชอบของท่านที่จะต้องรีบนำกลับมาคืนโดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นเอง ให้กับเจ้าหน้าที่ หรือผู้จัดการท่าอากาศยานแห่งนั้น ผู้โดยสารจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าขนส่งเมื่อทางสายการบินฯทำการส่งสัมภาระคืนเจ้าของ
ข้อที่ 9
กำหนดการและการยกเลิกเที่ยวบิน
9.1 กำหนดการ: ทางสายการบินจะใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความล่าช้าในการเดินทางของผู้โดยสารและสัมภาระ โดยยึดตามกำหนดการซึ่งมีผลบังคับใช้ ณ วันเดินทางที่สายการบินได้ประกาศออกไป อย่างไรก็ตาม เวลาที่ปรากฎในตารางการบิน กำหนดการ หรือ ที่แสดงในที่อื่นๆ นั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่ว่าเวลาใดๆ แล้วแต่กรณี ซึ่งทางสายการบินจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
9.2 การยกเลิกและการเปลี่ยนแปลงตารางบิน: ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ภายหลังจากการสำรองที่นั่ง สายการบินฯ อาจทำการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก ปรับ เลื่อน หรือทำให้เที่ยวบินใดก็ตามล่าช้าออกไป หากมีเหตุอันเนื่องมาจากสภาวะที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของสายการบินฯ หรือด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย หรือด้วยเหตุผลในเชิงพาณิชย์ ในกรณีที่สายการบินฯ จำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบิน สายการบินฯ จะใช้ดุลยพินิจในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
  • อนุญาตให้ผู้โดยสารเดินทางไปกับเที่ยวบินต่อไป หากยังมีที่นั่งเหลือ หรือเปลี่ยนเที่ยวบินให้ โดยผู้โดยสารไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และขยายระยะเวลาการใช้บัตรโดยสารของผู้โดยสารออกไปหากจำเป็น หรือ
  • ให้ผู้โดยสารเก็บยอดค่าโดยสารไว้ในบัญชีเครดิตเป็นวงเงินคงเหลือที่ท่านสามารถนำมาใช้สำหรับการเดินทางในโอกาสต่อไปได้ โดยท่านต้องทำการสำรองที่นั่งใหม่ภายในระยะเวลาเก้าสิบ (90) วัน นับจากกำหนดการเดินทางเดิม
  • เสนอคืนเงินให้ผู้โดยสาร หากสายการบินฯ ไม่สามารถนำท่านไป/จากจุดหมายปลายทางภายใน 48 ชั่วโมงจากเวลาออกเดินทาง
  • หากท่านประสงค์ที่จะยกเลิกการเดินทางด้วยเหตุอันเนื่องมาจากสายการบินฯ ยกเลิกเที่ยวบิน และ/หรือ เปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทาง ก่อนหรือหลังเวลาออกเดินทางเดิมตั้งแต่ สาม (3) ชั่วโมง ขึ้นไปท่านสามารถขอรับค่าโดยสารคืนผ่านทางบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ทั้งนี้สายการบินฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้ขอคืนเงินในกรณีที่มีความจำเป็นต้องทำให้เกิดการล่าช้าของเที่ยวบิน ยกเลิกเที่ยวบิน และ/หรือ เปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทางในวันเดินทาง
9.2.1 FLY-THRU: ในกรณีที่เกิดความล่าช้าหรือมีการยกเลิก/เปลี่ยนกำหนดเวลาเดินทางของเที่ยวบิน โดยทำให้ท่านไม่สามารถใช้บริการเที่ยวบิน FLY-THRU ที่ยืนยันการจองแล้วได้ ท่านมีสิทธิ์ดำเนินการดังต่อไปนี้:

หากเที่ยวบินต้นทางของท่านล่าช้า:

  • ท่านสามารถเตรียมขึ้นเที่ยวบินถัดไปได้โดยไม่เสียค่าบริการ ทั้งนี้เที่ยวบินถัดไปที่บินสู่จุดหมายปลายทางของท่านที่ให้บริการนั้นจะต้องอยู่ภายใต้กำหนดเวลาในการต่อเครื่อง

หากเที่ยวบินถัดไปของท่านล่าช้า

  • ท่านสามารถขึ้นเที่ยวบินถัดไปที่ให้บริการได้ฟรี หากเที่ยวบินดังกล่าวมีระยะเวลาในการต่อเครื่องถูกต้อง
หากเที่ยวบินใหม่ของท่านมีเวลาที่ใช้ในการต่อเครื่องไม่เพียงพอ หรือหากการเปลี่ยนเที่ยวบินอยู่ในวันถัดไป ทางสายการบินฯของสงวนสิทธิ์การให้บริการดังต่อไปนี้:
  • ที่พักระหว่างวันหรือข้ามคืน
  • iบริการรถรับส่งสนามบิน
  • เก็บรักษาสัมภาระของท่าน ผู้โดยสารต้องมารับสัมภาระของตน ณ จุดเปลี่ยนเที่ยวบินและเช็คอินใหม่อีกครั้งสำหรับเที่ยวบิน FLY-THRU ใหม่
9.3 การแก้ไขปัญหา: การดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งที่ได้ระบุไว้ในข้อ 9.1 และ 9.2 นั้นเป็นการชดเชยที่ทางเราตกลงให้และให้ถือเป็นที่สิ้นสุด เว้นแต่อนุสัญญาที่บังคับใช้กำหนด และยกเว้นสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางไปและจากสหรัฐฯ (a), (b) และ (c) เป็นการชดเชยที่ทางเราตกลงให้และให้ถือเป็นที่สิ้นสุด
ข้อที่ 10
ความประพฤติบนเครื่องบินโดยสาร
10.1 หากสายการบินเห็นว่าความประพฤติบนเครื่องบินของท่านอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเครื่องบิน บุคคลอื่น หรือทรัพย์สินบนเครื่องบิน หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานบนเครื่องบิน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานบนเครื่องบิน เช่น การสูบบุหรี่รวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้า การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้โทรศัพท์มือถือ หรือการใช้คำข่มขู่ ด่าว่าหรือเหยียดหยามพนักงานบนเครื่องบิน หรือแสดงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ไม่สะดวก เสียหาย หรือทำให้ผู้โดยสารหรือพนักงานบนเครื่องบินได้รับบาดเจ็บ สายการบินอาจใช้มาตรการตามที่เห็นสมควรเพื่อป้องกันและยุติพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งรวมถึงไม่อนุญาตให้ท่านเดินทางต่อไปโดยนำท่านลงจากเครื่องบิน ณ สถานที่ใดก็ได้ นอกจากนี้ท่านอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจากพฤติกรรมที่ท่านกระทำบนเครื่องบินโดยสารอีกด้วย
10.2 เมื่อสายการบินได้ใช้ดุลพินิจที่ชอบด้วยเหตุผลแล้วเห็นว่าสายการบินต้องเปลี่ยนแปลงการเดินทางเพื่อให้ท่านลงจากเครื่องบินเนื่องจากความประพฤติของท่าน ท่านจะต้องรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับสายการบินไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายประเภทใดซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงการเดินทางดังกล่าว
10.3 ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย สายการบินอาจห้ามไม่ให้หรือจำกัดการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ใดๆ รวมทั้ง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา วิทยุ เครื่องเล่นเทปคาสเซทและซีดี เกมอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือส่งสัญญาณ รวมถึงของเล่นวิทยุบังคับและเครื่องรับส่งวิทยุ บนเครื่องบินโดยสารได้ เว้นแต่เครื่องช่วยการได้ยินและเครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจ
10.4 อัตราค่าโดยสารของเรายังไม่รวมบริการอาหารและเครื่องดื่มในเที่ยวบิน ท่านสามารถสั่งจองอาหารล่วงหน้าได้ 24 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทางหรือสามารถซื้อบนเครื่องได้ และเนื่องด้วยความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม สายการบินฯ สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำอาหารจากภายนอกทุกชนิดขึ้นไปรับประทานบนเที่ยวบิน

ห้ามมิให้ผู้โดยสารสูบบุหรี่ทุกชนิดรวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้าบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด

อาหารแห้ง เช่น ช็อกโกแลต ขนมปังกรอบ ของกรุบกรอบ สามารถนำใส่กระเป๋าขึ้นเครื่องได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำออกมารับประทาน

อาหารสด คือ อาหารที่สามารถเน่าเสียได้เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมบางประการ เช่น เมื่ออุณภูมิเปลี่ยนแปลง หรือเมื่ออากาศชื้น เช่น อาหารที่ปรุงสุกแล้ว ข้าวสวย ก๋วยเตี๋ยว แซนด์วิช และอื่นๆ ไม่สามารถนำใส่กระเป๋าขึ้นเครื่องได้

ผู้โดยสารสามารถนำผลไม้ใส่กระเป๋าขึ้นเครื่องได้ หากจัดเก็บอย่างถูกต้องเหมาะสมและจะต้องไม่นำออกมารับประทานบนเครื่อง เราขอเรียนให้ทราบว่า ทุเรียน ขนุนและผลไม้ที่มีกลิ่นแรงต่างๆ จัดเป็นสิ่งของต้องห้ามในระดับสากลที่ห้ามนำเข้าไปในห้องโดยสาร และไม่สามารถนำใส่ในสัมภาระที่โหลดลงใต้ท้องเครื่องหรือนำใส่กระเป๋าขึ้นเครื่องได้

ข้อที่ 11
การจำกัดความรับผิด
11.1 อนุสัญญากรุงวอร์ซอและอนุสัญญากรุงมอนทริออล: หากการเดินทางของผู้โดยสารมีจุดหมายปลายทางหลายแห่ง หรือหยุด ณ ประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศต้นทาง อนุสัญญากรุงวอร์ซอหรืออนุสัญญากรุงมอลทริออลอาจถูกใช้บังคับ และ อนุสัญญากรุงวอร์ซอหรืออนุสัญญากรุงมอลทริออลจะถูกนำมาใช้บังคับเพื่อจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งเนื่องจากความตายหรือบาดเจ็บและเพื่อความสูญหายหรือความเสียหายหายของสัมภาระ
11.2 ข้อกำหนดการจำกัดความรับผิดต่อสัมภาระ: ความรับผิดในความสูญหาย, ล่าช้า, ความเสียหายต่อสัมภาระได้ถูกจำกัดไว้ หากมิได้แจ้งมูลค่าที่สูงกว่าให้ทราบและชำระค่าธรรมเนียมล่วงหน้า อนึ่งความรับผิดของการเดินทางภายในประเทศและนอกประเทศจะแตกต่างกันไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
11.3 หากอนุสัญญากรุงวอร์ซอไม่ใช้บังคับ: หากการเดินทางของท่านไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของอนุสัญญากรุงวอร์ซอ ให้กฎต่อไปนี้มีผลบังคับใช้กับการเดินทางดังกล่าว
  • ความรับผิดต่อความเสียหายใดๆ ที่สายการบินมีอยู่จะลดลงหากความประมาทของท่านก่อให้เกิดหรือมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายนั้นๆ ตามกฎหมายที่อาจใช้บังคับ
  • สายการบินจะไม่รับผิดในความเสียหายต่อสัมภาระที่ลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียน หากความเสียหายดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นจากความประมาทของสายการบินและสัมภาระ ดังกล่าวมิได้อยู่ในความควบคุมหรือครอบครองของสายการบิน
  • เว้นแต่กรณีที่สายการบินเจตนากระทำการหรืองดเว้นกระทำการและก่อให้เกิดความเสียหาย หรือสายการบินกระทำการด้วยความประมาทโดยอาจรู้ได้ว่าจะเกิดผลเสียหาย สายการบินจะรับผิดต่อความเสียหายต่อสัมภาระที่ลงทะเบียนแล้ว และกับสัมภาระที่ไม่ได้ลงทะเบียนตาม ตารางค่าธรรมเนียม ที่กำหนด หากน้ำหนักของสัมภาระไม่ได้ระบุไว้บนป้ายติดสัมภาระ ทางสายการบินจะสันนิษฐานว่าน้ำหนักรวมของสัมภาระลงทะเบียนนั้นไม่เกินน้ำหนักที่ได้รับอนุญาต ในกรณีของสัมภาระที่ลงทะเบียนที่ได้ระบุมูลค่าที่เกินมาของสัมภาระเป็นลายลักษณ์อักษรนั้น จะถือเป็นความรับผิดชอบของสายการบิน ซึ่งจะจำกัดเฉพาะมูลค่าของส่วนที่เกินมาเท่านั้น
  • สายการบินจะไม่รับผิดในความเสียหายใดๆ อันเกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดและข้อบังคับของรัฐบาลหรือจากการที่ท่านมิได้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดและข้อบังคับของรัฐบาล
  • นอกจากที่ได้ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขการบินนี้ สายการบินจะรับผิดต่อท่านสำหรับความเสียหายอันอาจชดเชยคืนมาได้เพื่อความสูญ หายและราคาที่พิสูจน์ได้ตามกฎหมาย
  • สายการบินไม่ต้องรับผิดในความเสียหายใดๆ อันเกิดจากสัมภาระของผู้โดยสาร ผู้โดยสารต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันเกิดจากสัมภาระของท่านต่อบุคคลอื่น หรือทรัพย์สิน รวมถึงทรัพย์สินของสายการบินด้วย
  • สายการบินจะไม่รับผิดชอบต่อความเจ็บป่วย พิการ รวมทั้งความตาย ตลอดจนคุณลักษณะของสภาพทางร่างกายของท่าน หรือสภาพร่างกายดังกล่าวที่แย่ลง
  • สัญญาการเดินทางให้รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขการบินนี้ และการจำกัดความรับผิดดังกล่าวให้มีผลถึงตัวแทนผู้มีอำนาจของสายการบิน ลูกจ้าง พนักงานและตัวแทนของบุคคลดังกล่าวให้มีผลเป็นอย่างเดียวกันกับสายการบิน นอกจากนี้จำนวนเงินที่สามารถเรียกคืนได้จากสายการบินและจากตัวแทนผู้มีอำนาจของสายการ บิน ลูกจ้าง พนักงานและตัวแทนของบุคคลดังกล่าวต้องไม่เกินจำนวนที่สายการบินต้องรับผิด (หากมี)
  • หากสายการบินไม่ได้ระบุไว้อย่างแจ้งชัด บทบัญญัติของข้อกำหนดและเงื่อนไขการบินฉบับนี้ จะไม่ถือเป็นข้อกำหนดที่สละสิทธิหรือจำกัดสิทธิอันมีอยู่ในอนุสัญญากรุง วอร์ซอ หรืออนุสัญญาอื่น หรือกฎหมายอื่นอันอาจใช้บังคับได้
ข้อที่ 12
ข้อจำกัดเรื่องเวลาในการเรียกร้องและการดำเนินการ
12.1 ข้อจำกัดในเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหาย: การยินยอมรับมอบสัมภาระโดยผู้ที่มีชื่อระบุตรงกับป้ายสัมภาระที่ติดอยู่โดยไม่มีการทักท้วงใดๆ ให้ถือว่าสัมภาระได้ถูกส่งมอบคืนในสภาพเรียบร้อยดี ภายใต้สัญญาการขนส่ง เว้นแต่ท่านจะสามารถพิสูจน์เป็นอย่างอื่น หากท่านประสงค์ที่จะเรียกร้องหรือดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายของสัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ท่านต้องแจ้งให้สายการบินฯ ทราบทันทีที่พบเห็นความเสียหายภายในระยะเวลาไม่เกินกว่าเจ็ด (7) วันปฏิทิน นับจากวันที่ได้รับสัมภาระคืน หากท่านมีประสงค์ที่จะเรียกร้องหรือดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับความล่าช้าของสัมภาระที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ท่านต้องแจ้งให้สายการบินฯ ทราบภายในยี่สิบเอ็ด (21) วันปฏิทิน นับจากวันที่สัมภาระถูกส่งคืนไปถึงท่าน ซึ่งการเรียกร้องทุกครั้งต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรและส่งไปรษณีย์หรือนำส่งให้แก่สายการบินฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ข้างต้น
12.2 เวลาจำกัดในการดำเนินการ: สิทธิที่มีต่อความเสียหายจะถูกยกเลิก หากผู้โดยสารมิได้ดำเนินการกับทางสายการบินภายในเวลาสอง (2) ปี นับตั้งแต่วันที่เดินทางไปถึงจุดหมายปลายทาง หรือนับตั้งแต่วันที่เครื่องบินไปตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ หรือนับตั้งแต่วันที่เครื่องบินลงจอด วิธีการคำนวณช่วงเวลาที่จำกัดจะเป็นไปตามกฏหมายของศาลที่รับคำฟ้องในคดี
ข้อที่ 13
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขและการสละสิทธิ์
13.1 ห้ามไม่ให้ตัวแทน ลูกจ้าง หรือพนักงานของสายการบินมีอำนาจในการปรับเปลี่ยน แก้ไขหรือสละสิทธิ์ในข้อบังคับใดๆของข้อกำหนดเงื่อนไขฉบับนี้


Last update: 28 August 2018